อ่า... กลับมาได้จะ 2อาทิตย์แล้ว เพิ่งจะได้ฤกษ์อัพ ไม่ใช่ไม่ว่าง เวลาว่างมีถมถืดไป แต่ด้วยความขี้เกียจ ก็เลยเพิ่งจะลุกมานั่งอัพ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ที่จำได้ต้องขอบคุณไดอารี่เล่มเล็กที่เราไม่ลืมพกไปด้วย ถ้าไม่ได้ได้อารี่เล่มเล็กๆอันนี้เราคงได้ระเบิดตัวเองตายที่อินเดียไปละ อึดอัดหัวใจ จะหันไปคุยกะใครก็ไม่ได้ ภาษาอังกฤษเราก็แย่ คนรอบข้างก็.. นะ ไปกะน้อง น้องก็อยู่แต่กับแฟน ก็เข้าใจอ่ะ เอาเถอะ ทริปนี้มันทริปของเขา... แล้วก็ที่ทนไม่ได้จริงๆเนี่ยมันคือมนุษย์อินเดียคนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองเจ๋ง ประเทศตัวเองดีเลิศ (บลาๆๆๆ เอาไว้บ่นในเรื่อง)ทุกอย่างก็ดีนะ ก็เรื่อยๆดี แต่เราไม่ได้ชอบอินเดีย ไม่ได้หลงไหลได้ปลื้มขนาดนั้น ทุกอย่างก็เลยออกมาแย่.. ทางนั้นไม่มีอะไรแย่หรอก แต่เป็นตัวเราเองที่ไม่เปิด ไม่รับอะไรสักอย่างของเขา ทำไงได้ คนมันไม่ได้ชอบนี่นา -*-
และอีกอย่าง... ทนไม่ได้จริงๆกับกลิ่นเครื่องเทศ ( - -* )
--
30.07.08 ( Mumbai, India )
เครื่องลงตอนสี่ทุ่มกว่าๆ เวลาที่อินเดีย ถ้าเป็นที่ไทยก็ประมาณ ห้าทุ่มสี่สิบห้า เดินออกจากเครื่อง เข้าสู่สนามบินปุ๊บ กลิ่นก็มาเลยค่ะ ล้วงยาดมจากเป้แทบไม่ทัน เดินไปเช็คนู่นเช็คนี่เรียบร้อย ออกไปรอเพื่อนจูน(น้องที่ไปด้วย)มารับ คนมากมายมหาศาล สนามบินที่นี่เป็นแบบ พอรับกระเป๋าเสร็จ เดินออกมา ก็จะเป็นลานโล่งๆ(Out Door) ให้คนมารอกันตรงนั้น ถ้าฝนตกก็เปียกอ่ะ รออยู่ประมาณ 15 นาที ก็เจอกัน เพื่อนของจูนมีชื่อว่า อนัน หรือ แม๊กกี้ อนันมากับพ่อ พ่ออนันตัวใหญ่มาก อ้วนๆแต่ดูไม่น่าเกลียด จะดูใจดีกว่านี้ถ้ายิ้มสักหน่อย (มารู้ทีหลังว่าที่ไม่ยิ้มในวันนั้นเพราะแด๊ดเหนื่อย และง่วงมาก) กว่าจะฝ่าฟันมนุษย์อินเดียออกมาสนามบินได้ก็ปาเข้าไปเกือบจะชั่วโมง อนันขับรถ คุณพ่อก็โทรไปที่บ้านคุยอะไรกันสักอย่าง จับใจความไดว่าเป็นภาษาอังกฤษ -*- มันฟังยากเพราะเป็นสำเนียงฮินดูอะไรประมาณนั้น จูนก็นั่งคุยๆกับอนันไปตลอดทาง พอถึงบ้านก็เจอแม่และคนทำอาหาร เขาก็เตรียมอาหารไว้ให้ อาหารอินเดียมื้อแรกตอนจะเที่ยงคืน.. ไม่ปลื้ม -*- มันคือข้าวที่หุงรวมกะเครื่องเทศสักอย่าง แล้วก็แกง(หรือซุป?)ถั่วเละๆ ยัยน้องก็เชียร์ใหญ่เลย อร่อยๆ พอกินเข้าไปคำแรก หุบยิ้มเลย เอิ่ม ไม่ได้อ่ะ มันไม่ใช่ แม่เขาก็ดีนะ เห็นเรากินไม่ได้ก็ไม่ว่าอะไร ก่อนนอนเขาก็เข้ามาถามว่าจะเอาอะไรมั้ย แต่เรานี่ไม่ไหวแล้ว ง่วงสุดๆ จัดของเข้าที่เสร็จก็อาบน้ำและนอนเลย
ปล. ห้องนอนอย่างกะอยู่โรงแรม บ้านเขามีฐานะดี(สุดๆ)
--
31.07.08
ตื่นตอน 9โมงเช้าเป๊ะ ลืมตาขึ้นมาเห็นเพดานแปลกๆ งื้อ ไม่ใช่บ้านเรานี่หว่า.. สักพักก็ลุกไปอาบน้ำ แล้วก็เดินไปเดินมา แล้วอนันก็เข้ามาถามว่าจะกินอะไร เราก็เอ๋อ.. จะกินอะไรอ่ะ สั่งได้ด้วยอ๋อ มันเห็นเราทำหน้างงก็เลยสาธยายเมนูมาให้ฟัง ว่าจะกินไข่ดาว ออมเลต นมร้อน นมเย็น ชา ขนมปัง บลาๆๆๆ เราก็ออมเลตก็ได้วะ แล้วก็ไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าว สักพักออมเลตร้อนๆก็ตามมา พร้อมด้วยขนมปัง(ไม่ปิ้ง) เห็นน้องมันนั่งกินกาแฟเย็นปั่นแล้วบอกว่าอร่อย ก็เลยแอบชิมไปนิดนึง มันก็กาแฟเย็นบ้านเราอ่ะ ธรรมดาๆ อร่อยอะไรขนาดนั้นฟระ -*- จากนั้นสักพักก็ออกไปเดินซื้อของ แต่ก่อนหน้านั้นคุณน้องที่น่ารักต้องไปแว๊กซ์ขนขาก่อน (บ้าไปแล้ว... ต้องมาแว๊กซ์ขนหน้าแข้งถึงอินเดีย เป็นอะไรมากมั้ยน้องฉันเนี่ย) ระหว่างรอ (นานมากๆ) เรากับอนันก็นั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อย มันถามอะไรมา เราก็ตอบๆไป ฟังรู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่งก็แถๆไปเรื่อย จากนั้นก็ไปเดินเล่นกัน (แวะซื้อคอนแทกเลนส์ด้วย ฉันเนี่ยเป็นอะไรมากมั้ยต้องมาทำคอนแทกเลนส์ขาดที่สนามบิน -*- ) แล้วก็นั่งรถออโต้ (เหมือนตุ๊กๆบ้านเรา แต่แลดูใหญ่กว่า?) นั่งไปที่ห้างอะไรสักอย่าง เดินเล่นๆ แล้วก็กินพิซซ่ากัน ( Chicken Supreme ) พริกที่นี่มาเป็นพริกแห้งแบบตำๆเลยอ่ะ ไม่ใช่พริกป่นละเอียด แต่ก็อร่อยดีนะ รับได้ๆ เดินๆกันสักพักก็กลับบ้าน เพราะอนันบอกว่า แม่โทรเรียกคนมานวดให้ นวดแบบว่า อารมณ์นวดอโรม่า แต่เหมือนเขาเอาน้ำมันหอม(?)มาถูๆตัวเฉยๆอ่ะ นวดที่ไทยดีกว่า เหอ เหอ นวดเสร็จก็อาบน้ำละนั่งกินผัดหมี่ ประมาณ.. หมี่ซั่ว + ผัดไทย ก็โอเค กินได้ๆ รอรถมาแล้วอนันก็ขับรถพาไปข้างนอก นั่งรถชมเมือง(รอบดึก) ในตัวเมืองก็ดีนะ สถาปัตยกรรมในช่วงที่เป็นเมืองอาณานิคมของอังกฤษอ่ะ สวยดี แล้วก็ไปรับเพื่อนอนันมา (นี่แหละ.... ปัญหา) ขึ้นรถมาพร้อมกับกลิ่น และมันก็พูดไปตลอดทาง พูดบ้าพูดบออะไรฟังไม่รู้เรื่อง แล้วมันก็หันมาถามเราว่า ทำไมไม่พูด.. เอิ่ม.. เชิญแกพูดไปเถอะค่ะ กูพูดตามไม่ทัน -*- ระหว่างนั้น เราก็นั่งมองข้างทางไป ตามใต้ทางด่วนที่มีรถจอดเยอะๆ จะเห็นมีคนนอนอยู่ใต้ท้องรถ แรกๆไม่ได้สังเกต เห็นละตกใจ นึกว่าคนตาย แต่พอมองไปเรือยๆ ตามฟุตบาท สะพาน ใต้ท้องรถ ข้างถนน มีคนนอนกันอยู่เต็มไปหมดเลย เห็นละก็รู้สึกหดหู่แปลกๆ บรรยายไม่ถูก เขาบอกว่าคนพวกนี้จะได้อาบน้ำวันละครั้งในตอนเช้า จะมีรถของรัฐบาลเอาน้ำมาให้อาบ แต่ก็ไม่ใช่น้ำสะอาด แต่ก็เลือกไม่ได้อ่ะนะ เห็นอย่างนี้แล้วก็รู้สึกไม่เข้าใจอ่ะ อะไรจะจนได้ขนาดนี้ แล้วคนที่รวยก็รวยมากๆ รวยสุดๆบ้านหลังใหญ่มากๆ เฮ้อ... สักพักก็ไปถึงริมทะเล ยัยน้องบอกว่าที่ตรงนี้เรียนกว่า Queen Necklace คือถนนจะเป็นโค้งๆเลียบทะเล แล้วจะเปิดไฟโค้งไปตามรูปถนนเหมือนสร้อยคอ ต้องไปมองจากอีกฝั่งนึง ตรงนี้จะมีบริการนั่งรถม้ากินลมชมวิว ยัยน้องของเราก็จะขึ้นให้ได้ เห็นสภาพม้าแล้ว... สงสารอ่ะ ตัวก็ผอม แล้วถ้าเดินช้าก็จะโดนฟาดด้วยแส้ อะไรแบบนี้ ไม่ชอบเลยจริงๆ รอบนึงราคาเท่าไหร่ก็ไม่รู้ (อนันจ่าย) เสร็จก็ไปนั่งฟังเสียงคลื่นสาด อื้อหืม ถ้าฉันไม่อยู่ด้วย ยัยน้องคงมีความสุขมากกว่านี้ ตอนนั้นอาการเริ่มไม่ดีละ คือมันจะตี1 ละ ถ้าเป็นที่ไทยก็ตี 2 กว่าๆ ฉันง่วงเหอะ แถมยังเจอมลพิษทางจมูกเข้าไปอีก นั่งมองโรงแรมแถวๆนั้น หรูหรามากๆ เห็นแล้วคิดถึง ทบชก. ขึ้นมาตงิดๆ (ขาดไม่ได้เลย) ถึงบ้านตอนตี 2 กว่า นอนตายสนิท...
--
01.08.08
นอนดึกแค่ไหน ก็ตื่นเก้าโมง ทำไมล่ะเนี่ย -*- อาหารเช้าก็กินเหมือนเมื่อวาน อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็นั่งรถออโต้ไปที่ธนาคารที่ทำงานแม่อนันและนั่งรถแม่ไปพิพิธภัณฑ์ ค่าเข้า.... 300 (ป่ะวะ) ถ้ามีบัตรนักเรียนได้ส่วนลดอ่ะ แต่ลืมเอาไป (โง่ซะ) มีบริการเทปภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น และอื่นๆ แต่เอามาฟังละก็งง เดินดูเองเลยดีกว่า ที่นี่ก็มีพวกเครื่องปั้น แล้วก็วัตถุโบราณต่างๆ เหมือนรวมๆอ่ะ ไม่ใช่ของอินเดียอย่างเดียว ของญี่ปุ่น ของจีนก็เยอะ ที่น่าสนใจอยู่ที่ชั้น 3 เป็นงานเพ้นท์ ทั้งสีน้ำมัน สีน้ำ สีฝุ่น สวยๆดูแล้วแบบ อืมม.. ศิลปะ ดูอยู่ประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง (เฉพาะชั้น 3) แล้วก็เดินข้ามฝั่งไปหาอะไรกิน ก็เป็นอาหารฝรั่งผสมอินเดีย ยัยน้องสั่งสเต๊ก อนันกับเราก็กินข้าวกับไก่ทอดแบบอินเดีย เหมือนไก่สะเต๊ะบ้านเรา แล้วก็กินซุปไก่ข้าวโพด อิ่ม(อืด) เสร็จละก็ลงไปเดินช้อปปิ้ง เป็นถนนช้อปปิ้งแบบ เหมือขายของแบบอินเดียๆให้กับชาวต่างชาติ ซื้อของมานิดๆหน่อยแล้วก็กลับบ้านมากินมาม่า (ที่พกมา) + กล้วยนอนดูหนัง(อินเดีย) ดูไม่รู้เรื่อง.. เคลื้มๆ แล้วก็หลับไป...
ปล. คิดถึงคอมฯ คิดถึงเนตที่บ้าน คิดถึงยูชอน คิดถึงชางมิน คิดถึงเพื่อนๆ ฮืออออ...
--
^ โฉมหน้ารถออโต้
^ แท๊กซี่อินเดีย
^ พิพิธภัณฑ์ (มีดีที่ชั้น 3)
^ Gateway of Mumbai
^ ที่ที่ไปนั่งฟังเสียงคลื่นสาด
^ ห้องนอนเรากะยัยน้อง
^ ฝั่งตรงข้าม Gateway of Mumbai
^ Central @ Mumbai
--
พอก่อน ปวดคอ คราวหน้ามาอัพต่อ...
PorLor :> TruE ColorS